เมทริกซ์โดยสังเขป

ภาพยนตร์ เดอะเมทริซ์ มีเนื้อหาเกี่ยวกับสงครามระหว่างมนุษย์และเครื่องจักรในโลกอนาคต สร้างสรรค์และกำกับโดยพี่น้องวาชอว์สกี้ (Andy Wachowski และ Larry Wachowski) โดยการร่วมงานสร้างกับวอร์เนอร์สบราเธอร์ส(Warner Bros.) และ Village Roadshow Pictures ออกฉายครั้งแรกในปี 1999

- Andy Wachowski และ Larry Wachowski -


:: แรงบันดาลใจ เดอะเมทริกซ์

ภาพยนตร์ชุด The Matrix (โดยเฉพาะภาคการ์ตูนแอนิเมชั่น The Animatrix) ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นว่า The Matrix ได้รับอิทธิพลจากการ์ตูนญี่ปุ่นมากแค่ไหน แต่ยังแสดงถึงความชื่นชอบการ์ตูนญี่ปุ่นของตัวพี่น้องผู้กำกับทั้งคู่ด้วย ที่สำคัญโครงเรื่องหลัก หรือ พล็อตของเรื่องเดอะเมทริกซ์ ยังได้แนวทางมาจากการ์ตูนชั้นยอดเรื่องหนึ่งของญี่ปุ่นอีกด้วยนั้นคือเรื่อง "Ghost in the shell"...

...Ghost in the shell เป็นเหตุการณ์ในยุคโลกอนาคตที่มีการเชื่อมโยงเครือข่ายทั่วทั้งโลก ที่สำคัญมนุษย์สามารถเปลงจิตวิญญาณ(หรือคำว่า Ghost นั้นเอง)เป็นดิจิตอลแล้วส่งไปอยู่ในร่างหุ่นยนต์ได้(ร่างหุ่นยนต์ = Shell อันหมายถึงเปลือกนอก) โดยมีคอมพิวเตอร์เป็นตัวควบคุม...อย่างไรก็ตามยุคนั้นก็ยังไม่พ้นปัญหาเดิมๆ อย่างเช่นปัญหาของชนกลุ่มน้อยและความขัดแย้ง(ไม่ต่างจากปัจจุบัน) ในเรื่องมีตัวเอกคือ "เมเจอร์ โมโตโกะ คุซานางิ" (ขอเรียกสั้นๆ ว่าเมเจอร์) เธอเป็นไซบอร์ก มีร่างเป็นหุ่นยนต์(ร่างกายธรรมชาติเดิมสูญสลายไปแล้ว) แต่จิตวิญญาณของเธอยังคงอยู่และถูกแปลงเป็นดิจิตอลแล้ว!) เธอเป็นระดับผู้พันของหน่วยพิเศษที่ 9 อันมีหน้าที่ในการดูแลความสงบเรียบร้อยในญี่ปุ่น โดยมีคู่หูร่างใหญ่นาม "บาโตะ" ผู้มีร่างเป็นไซบอร์กเช่นกัน และ "โทงุสะ" ผู้ช่วยอีกคนที่เป็นมนุษย์(แท้ๆ) ความพิเศษของตำรวจหน่วยนี้ก็คือ การเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายที่ถูกเรียกว่า "เน็ต" ได้โดยตรง สามารถดักฟังการสนทนาของผู้ต้องสงสัยเพื่อสืบข้อมูล...

... นอกจากนี้ผู้กำกับ Wachowski ยังยอมรับด้วยว่าฉากที่ Neo พบกับเด็กผู้มีพรสวรรค์ในอพาร์ตเม้นต์ของเทพพยากรณ์นั้นได้ไอเดียมาจากฉากจบ ของหนังสือการ์ตูนมังงะและแอนิเมชั่นเรื่อง "AKIRA" ( เพราะทั้งคู่ชื่นชอบ Akira เป็นทุนเดิม :)

- "Ghost in the shell" ภาพยนตร์การ์ตูนญี่ปุ่นอันเป็น แรงบันดาลใจ ของเดอะเมทริกซ์ -


- การ์ตูนญี่ปุ่นเรื่อง "Akira" อีกแรงบันดาลใจ ของผู้กำกับเดอะเมทริกซ์ -



...............................................................................


:: เค้าโครงสังเขป เดอะเมทริกซ์


ช่วงประมาณปี 2060 เป็นช่วงที่มนุษย์สามารถสร้างหุ่นยนต์เครื่องจักรอันมีรูปร่างและการเคลื่อนไหวเหมือนมนุษย์ที่เรียกว่า "ฮิวแมนนอยด์" ขึ้นมาเพื่อใช้งานได้ หุ่นพวกนี้สามารถตัดสินใจแก้ปัญหาได้เองไม่ต้องรอใครมาออกคำสั่ง ทั้งมีความคิดริเริ่มเองได้ หรือที่เรียกเทคโนโลยี "ปัญญาประดิษฐ์ หรือย่อๆว่า AI " [(Artificial intelligence(AI)] (*AI ในที่นี้ยังหมายรวมไปถึงหุ่นเครื่องจักรที่มีรูปลักษณืไม่เหมือนมนุษย์ด้วยเช่นกัน)โดยใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงานหลัก

หุ่น-เครื่องจักรAI (ต่อไปจะเรียกสั้นๆว่า "เครื่องจักร") เริ่มฉลาดมากขึ้นและบางตัวเริ่มมีความไม่พอใจนายมนุษย์ที่กดขี่ข่มเหง ก่อการประท้วง-เรียกร้องสิทธิ นำมาซึ่งการปะทะกันเป็นระยะๆ สุดท้ายหุ่นยนต์ต้องอพยพหนีออกจากเมืองใหญ่ และไปตั้งชุมชนของตัวเองเรียกว่า "ซีโร่วัน"(01)(เป็นดินแดนห่างไกลที่อยู่แถวตะวันออกกลาง) เมืองซีโร่วันเจริญรุ่งเรืองขึ้นอย่างมาก แต่องค์การสหประชาชาติของมนุษย์กีดกันไม่ยอมรับว่าซีโร่วันเป็นประเทศเอกราชประเทศหนึ่ง จึงเป็นชนวนนำไปสู่การกีดกันสินค้าเป็นผลผลิตโดยพวกเครื่องจักร ทั้งการกีดกันสิทธิรูปแบบอื่นๆ เครื่องจักรไม่พอใจนำมาซึ่งสงครามในที่สุด!

ช่วง ค.ศ.2100 เกิดสงครามระหว่างเครื่องจักรกับมนุษย์ โดยระยะแรกของสงคราม มนุษย์ประสบความสำเร็จในการปิดกั้นท้องฟ้าจนกระทั่ง พวกเครื่องจักร ไม่อาจใช้พลังงานแสงอาทิตย์ได้ แต่อย่างไรก็ตามเครื่องจักรก็เป็นฝ่ายได้รับชัยชนะเหนือเผ่าพันธุ์มนุษย์ในที่สุด พร้อมด้วยแหล่งพลังงานใหม่ที่เครื่องจักรค้นพบซึ่งก็คือพลังงานจากร่างของมนุษย์ผู้เป็นปรปักษ์เอง นับแต่นั้นมา มวลมนุษย์ก็ถูกจองจำกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่เติบโตขึ้นภายในแคปซูลอันมีหุ่น-เคลื่องจักรAI ควบคุมกุมชะตา โดยตัวมนุษย์แท้ๆจะอยู่ในสภาพหลับใหล และถูกควบคุมจิตใจด้วยระบบโลกเสมือนจริงหรือโลกไซเบอร์ที่เรียกว่าระบบ "เมทริกซ์" อันเป็นเพียงแค่ระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งลวงจิตใจมนุษย์ขณะหลับยาวในแคปซูล(ในฝัน)ว่าตนยังใช้ชีวิตปกติทุกประการ โดยขณะที่ใช้ชีวิต(ในโลกเสมือนเมทริกซ์นั้น)จะถูกสูบพลังงานความร้อนและไฟฟ้าชีวภาพไปใช้ในฐานะของแหล่งพลังงานของเครื่องจักร เพื่อให้พลพรรคของเครื่องจักรทั้งปวงสามารถดำรงอยู่ได้ต่อไป

ภายในโลกเสมือนจริงเมทริกซ์นั้น ได้จำลองโลกในยุคสมัยศตวรรษ์ที่ 21 เนื่องด้วยสภาพแวดล้อมเหมือนโลกจริงมากทำให้มนุษย์ที่เชื่อมกับเมทริกซ์ต่างไม่ได้ตระหนัก-ตั้งข้อสงสัยถึงลักษณะที่แท้จริงของมัน แต่อย่างไรก็ตาม มนุษย์ บางพวก [อันเป็นตัวละครผู้มีบทบาทหลักในภาพยนตร์บางคน อาทิ นีโอ, มอร์เฟียส, ทรีนิตี้ และชาวไซออน] เกิดมีปัญญาได้รับรู้ความจริงของเมทริกซ์ว่า มันเป็นแค่สิ่งลวงจิตไม่ใช่ของจริง ส่งผลให้พวกเขาดิ้นรนจนหลุดออกจากเมทริกซ์ และออกมาจากแคปซูลจองจำของเครื่องจักรได้ โดยไปรวมพลตั้งฐานที่มั่นอยู่ใต้ดิน เรียกว่าดินแดน "ไซออน"(Zion) ทั้งเมื่อพวกเขาเชื่อมต่อเข้าไปในเมทริกซ์ ยังสามารถเบี่ยงเบนกฏฟิสิกส์(ในโลกเมทริกซ์)บางส่วนเพื่อมีทักษะเหนือมนุษย์ในโลกจำลองเมทริกซ์ได้อีกต่างหาก(คล้ายเป็นผู้วิเศษมีฤทธิ์!) และก็เริ่มมีโครงการ-ปฏิบัติการก่อการทำลายระบบเมทริกซ์ เพื่อปลดแอกมนุษยชาติขึ้น แต่พวกเครื่องจักรก็รู้ทันและได้สร้างโปรแกรมเพื่อกำจัดสิ่งแปลกปลอม(หรือแก้ Bug)ในโลกเมทริกซ์ นั้นคือ สายลับ(Agent) โดยมี "สมิธ"(Agent Smith)เป็นหัวโจกใหญ่ ทั้งเครื่องจักรก็เริ่มโจมตีหมายทำลาย ไซออน ให้สิ้นซากด้วยอีกด้านหนึ่ง...


ประวัติศาสตร์ของระบบ เมทริกซ์


เมทริกซ์ ได้มีมาแล้วถึง 3 เวอร์ชั่น [ด้วยเหตุที่เครื่องจักรยังไม่สามารถเข้าใจจิตใจมนุษย์(ซึ่งซับซ้อนมาก)ได้อย่างถ่องแท้ทุกเม็ดนั่นเอง เลยต้องปรับเปลี่ยนเวอร์ชั่นไปเรื่อย พูดง่ายๆก็คือ ระบบเมทริกซ์ยังไม่นิ่งถึงที่สุดนั้นเอง]

เมทริกซ์ 1.0

ย้อนไปในยุคหลังจากความพ่ายแพ้ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ครั้งแรก เครื่องจักรได้สั่งสมประสบการณ์ในการเชื่อมต่อจิตใจมนุษย์เข้ากับโลกไซเบอร์ เวอร์ชั่นแรกของเมทริกซ์ที่มนุษย์ได้เชื่อมต่อด้วยนั้นถูกสร้างโดย The Architect (สถาปนิก) ดั่งที่นีโอได้พบเขาในตอนท้ายเรื่อง The Matrix Reloaded เมทริกซ์นี้เป็นเวอร์ชันแรกที่ออกแบบจำลองโลกเสมือนจริงแบบไม่มีสงคราม-โรคระบาด หรือภยันตรายใดๆ ทั้งปวง จะเรียกว่าเป็นยูโทเปียหรือโลกในอุดมคติอันสมบูรณ์แบบ อย่างไรก็ตาม จิตใจมนุษย์เริ่มทำการปฏิเสธโลกเสมือนจริงรูปแบบนี้ ในฐานะที่มันดีเกินกว่าจะเป็นความจริงได้ ความไม่เชื่อถือจากธรรมชาติของมนุษย์ทำให้พวกเขาล้มตาย(ทั้งในโลกเมทริกซ์และในแคปซูล) ส่งผลให้เมทริกซ์เวอร์ชันนี้ล้มเหลวในการควบคุม นำไปสู่การสร้างเมทริกซ์ 2.0

เมทริกซ์ 2.0

ถ้าเปรียบเทียบเมทริกซ์ 1.0 ว่าเป็นสวรรค์แล้ว เมทริกซ์ 2.0 ก็จะเป็นนรกสำหรับผู้อาศัยอยู่ ด้วยสงคราม โรคระบาด และความตาย เปรียบเทียบได้ในยุคสงครามโลก ยุคสงคราม(คอมมิวนิสต์)รัสเซีย-จีน หรือการปกครองของนาซี และเหยื่อจากรังสีของระเบิดนิวเคลียร์!

ในเวอร์ชัน 2.0 นี้คือต้นกำเนิดของโปรแกรมดั่งเช่น Merovingian (ชายชาวฝรั่งเศสในภาค2 Reloaded)และ Persephone (ภรรยาของ Merovingian ที่ช่วยเหลือนีโอในการช่วยหา The Keymaker แลกกับการที่นีโอจูบเธอให้ได้อารมณ์ความรู้สึกเช่นเดียวกับที่นีโอเคยจูบทรินิตี้) และยังเป็นต้นกำเนิดของ ผี หรือ Ghost (The Twin ที่ทรินิตี้และมอร์เฟียสต่อสู้ด้วยบนไฮเวย์ในภาค Reloaded ที่มีความสามารถในการรักษาอาการบาดเจ็บของตน และทะลุผ่านของแข็งได้ด้วยการกลายร่างเป็นสิ่งที่คล้ายวิญญาณสลับกับการคืนร่างเดิม)

เวอร์ชันนี้ล้มเหลวในการควบคุมจิตใจมนุษย์เช่นกัน โดยอาจอธิบายได้ว่า หากความสมบูรณ์แบบคือสิ่งที่ไม่อาจเชื่อว่ามันปรากฏอยู่จริงได้แล้ว สิ่งนี้(ระบบเมทริกซ์ 2.0)ก็เปรียบได้ว่า คือฝันร้ายที่ไม่มีวันจบ ซึ่งโหดเกินไปกว่ามนุษย์จะรับได้

เมทริกซ์ 3.0

ธรรมชาติอันคาดเดาไม่ได้ของจิตใจมนุษย์ถูกค้นพบ การแก้ปัญหาถูกพบ The Architect เรียกมันว่าโปรแกรม "สัญชาตญาณ" ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้เครื่องจักรเข้าใจจิตใจ-ถึงลวงจิตมนุษย์ให้ยอมรับระบบได้มากยิ่งขึ้น โดยมนุษย์รู้จักโปรแกรมนี้ในฐานะ The Oracle (เทพพยากรณ์) The Oracle ...The Architect ค้นพบว่า 99% ของมนุษย์จะยอมรับระบบหากให้ทางเลือก(Choice)ว่า "จะยอมรับหรือปฏิเสธระบบ The Matrix ภายในจิตใต้สำนึกลึกๆได้" โดยจะมีการให้ทางออกสำหรับอีก 1% ของผู้เป็นกบฏที่เหลือโดยการปลดปล่อยพวกเขาออกจาก Matrix เสีย ให้ไปอยู่ยังโลกแห่งความเป็นจริง และขับไล่พวกเขาไปสู่เมืองเฉพาะสำหรับพวกเขาเอง ที่มีชื่อว่า Zion

ในการทำให้ Zion อยู่ภายใต้การควบคุมได้นั้น เครื่องจักรได้สร้างระบบในการควบคุมซึ่งเป็นของเทียมเช่นเดียวกับ Matrix เอง...(แท้จริงแล้ว Zion เป็นแค่ Matrix เล็กๆ ซึ่งซ้อน Matrix อีกแห่ง ! ? )...ในการควบคุมมนุษย์ด้วยความหวังและแรงปรารถนา ภายใต้คอนเซปต์มี The One ผู้ปลดปล่อย

โปรแกรม The Oracle จะกล่าวคำพยากรณ์ซึ่งระบุไว้ว่า วันนึง Messiah (ผู้มาโปรดโลก, ศาสดา, หรืออาจหมายถึงพระเยซู - พระศรีอริยเมตไตรย์ของพุทธก็ได้) จะถือกำเนิดขึ้นโดยเขาจะมีอำนาจในการปลดปล่อยมนุษย์ออกจากเดอะเมทริกซ์อย่างสิ้นเชิง(หรือทำลายเมทริกซ์ได้) ซึ่งแน่นอนว่าคำทำนายทั้งหมดนี้ล้วนโกหก! เพราะแท้จริง The One จะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความต่อเนื่องในระบบเมทริกซ์เท่านั้น (แต่คนอย่าง มอร์เฟียส์ และชาวไซออน เชื่ออย่างสนิทใจ)

เมื่อประชากรของ Zion เพิ่มขึ้นจนมากเกินไป The One จะถือกำเนิดขึ้นมาในเมทริกซ์ โดย The One จะได้รับอนุญาตในการติดต่อกับประชากรของ Zion และหนีออกมาจาก Matrix ได้(ดั่งที่เราเห็นใน The Matrix ภาคแรก) และ The One จะถูกดึงดูดให้มุ่งความสนใจไปในคำทำนาย มากกว่ากระบวนการที่แท้จริง(ของเบื้องลึกของระบบเมทริกซ์) จนกระทั่งเมื่อเวลาผ่านไปถึงจุดหนึ่ง Zion จะถูกเครื่องจักรโจมตี และจะมีแรงผลักดันที่จะนำ The One ไปพบกับ The Architect ผู้ซึ่งจะบอกความจริงเกี่ยวกับเมทริกซ์และภาระที่จะตามมา คือ...

"หน้าที่ของ The One ขณะนี้ได้หวนกลับมายังแหล่งกำเนิดอันนำไปสู่การหว่านเมล็ดของรหัสที่คุณรับภาระไว้ ฐานข้อมูลจะเริ่มขึ้นใหม่อีกครั้ง หลังจากที่คุณจะถูกเสนอให้เลือกประชากรในเมทริกซ์ 23 คน เป็นผู้หญิง 16 คน และผู้ชาย 7 คน เพื่อจะสร้าง Zion ขึ้นมาใหม่ โดยความล้มเหลวในการยินยอมขั้นตอนนี้จะส่งผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบอย่างรุนแรงซึ่งจะฆ่าทุกคนที่เชื่อมต่อกับ Matrix เช่นเดียวกันกับการสูญสลายของ Zion จากการโจมตี ซึ่งทั้งหมดนี้จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่รุนแรงของการสูญสลายของเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งปวง"...คำกล่าวของ The Architect พูดกับ Neo ใน ภาค Reloaded

ผู้อยู่รอดที่เหลืออาจจะได้รับการบอกกล่าวถึงคำทำนายของ The One แต่จะไม่ได้รับอนุญาตให้รู้ถึงวงจรการเริ่มต้นใหม่ของเมทริกซ์ โดยแต่ละวงจรของเมทริกซ์จะกินเวลาประมาณ 100 ปี

วงจรของ The One ส่งผลให้เครื่องจักรรักษาการควบคุมระบบเมทริกซ์ 3.0 มาได้ตลอดถึงวงจร 5 วงจรมาแล้ว โดยมีผู้ที่เป็น The One ทั้ง 5 คน(ในอดีต)เป็นตัวแปร อย่างไรก็ตาม คนที่ 6, นั้นคือ Thomas Anderson (หรือ "Neo") ในภาพยนตร์ที่เราได้ชมกัน มีจิตใจแตกต่างจากคนอื่นๆที่ผ่านมา ในทางที่ไม่เป็นดังเครื่องจักรคาดไว้ Ones คนอื่นๆ ล้วนตกอยู่ในสถานะความสัมพันธ์ระหว่างเผ่าพันธุ์มนุษย์ดั่งเช่น Messiah (ผู้มาโปรดโลก) และเลือกที่จะยืดการคงอยู่ของเมทริกซ์ต่อ เพื่อป้องกันการสูญสลายของเผ่านพันธุ์มนุษย์ แต่สำหรับนีโอแล้ว ความสัมพันธ์นั้นคือความรักส่วนตัว เพราะเขารักผู้หญิงนั้นคือ ทรินิตี้(Trinity) (ซึ่ง The Oracle ก็ทำนายเอาไว้แล้วว่า เธอจะตกหลุมรัก The One)...แต่นีโอปฏิเสธข้อเสนอของ The Architect ในการช่วยเหลือมนุษยชาติ และทำการตัดสินใจอย่างไร้เหตุผลในการช่วยเหลือทรินิตี้จากการโจมตีของ พวก Agent

ในขณะเดียวกัน สมิธ (Smith) Agent ผู้ทรยศต่อเครื่องจักรและแข็งแกร่งขึ้นมากจากการเผชิญหน้ากับนีโอในครั้งก่อนๆ(สมิธ กลับวิวัฒน์ตัวเองได้) ได้กระจายไปทั่วทั้งเมทริกซ์ดั่งไวรัส จากความสามารถในการเปลี่ยนบุคคลในเมทริกซ์ให้เป็นตัวเขาเอง ทำให้เขากลายเป็นอันตรายต่อทั้ง(ระบบเมทริกซ์ของ)เครื่องจักร และมนุษย์ ...นีโอได้ยื่นขอเสนอกับพระเจ้าเครื่องจักร (ในเรื่อง รู้จักในชื่อ "Deus ex Machina" เดอุส เอ็กส์ มาคินา) ในการทำลายสมิธเพื่อคืนความสงบสุขกลับมา พระเจ้าเครื่องจักร ยอมรับข้อเสนอด้วยความกลัวที่ว่า เขาอาจจะไม่สามารถควบคุมหรือกำจัดสมิธ ผู้ที่เติบโตจนไม่สามารถคำนวณความแข็งแกร่งได้ และเป็นที่รู้จักในฐานะที่ถูกครอบงำโดยความปรารถนาของเขาที่จะ"ปลดปล่อย" โลกและทุกสิ่งทุกอย่างที่แปดเปื้อนโดยกลิ่นของมนุษย์(อันหมายถึง อาณาจักรของเครื่องจักรด้วย) นั่นทำให้นีโอและสมิธต่อสู้กันภายในเมทริกซ์อีกครั้ง จนกระทั่งสมิธได้ทำการเปลี่ยนร่างของนีโอให้กลายเป็นสมิธอีกคน ส่งผลให้สมิธทุกคนถูกทำลาย และนีโอต้องจบชีวิตลง

ภายในภาพยนตร์ ภาคสุดท้ายภาค 3 หรือ The Matrix Revolution ทิ้งปริศนาไว้ให้ปวดหัวพอควรว่าทำไม สมิธตายเมื่อดูดร่างนีโอได้ *ความเป็นไปได้หนึ่งคือ เมื่อสมิธได้แพร่รหัสของตนเข้าไปยังร่างนีโอ ทำให้พระเจ้าเครื่องจักร Deus ex Machina สามารถเชื่อมนีโอในการทำลายสมิธได้(นีโอ เชื่อมกับสายของ Deus ex Machina ในการเข้าไปสู้กับสมิธในเมทริกซ์) แต่ไม่ว่าจะเป็นเช่นนั้นหรือไม่ก็ตาม ในที่สุดสันติสุขก็คืนกลับมา หลังจากหลายร้อยปีแห่งความขัดแย้ง และประชาชนของ Zion ก็ได้รับอนุญาตให้อยู่รอดต่อไปไม่ถูกเครื่องจักรทำลาย...และระบบเมทริกซ์ก็ยังดำเนินต่อไป! รีเซ็ตใหม่กลายเป็นอีกเวอร์ชั่น หรือ เวอร์ชั่น 4.0 ส่วนอนาคตต่อไปจากนี้จะเป็นอย่างไร ผู้ชมคงต้องจินตนาการต่อกันเอง :)